ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)

ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

จัดทำเพื่อรายงานผลงาน
ปลูกสร้างความคิด จิตใจ ความดี การกระทำของครูเพื่อศิษย์ครูผู้สร้างศิษย์     และเผยแพร่สู่สาธารณชน

ผลงานดีเด่นที่ส่วนราชการต้นสังกัดพิจารณาเห็นว่าเป็นผลงานที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป (ผลงานเทียบเคียง) ข้อ ๒.๔.๒ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว ๑๓/๒๕๕๖
ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

๑.ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานจนเป็นที่ประจักษ์และมีหลักฐานชัดเจน
พัฒนาตนเองด้านการผลิตและวิจัยสื่อนวัตกรรม ผ่านการประเมินที่มีมาตรฐานระดับประเทศ สอนยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นผู้นำการใช้หลักสูตร จนเป็นครูต้นแบบของ ศธ.มีครูเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปการเรียนรู้ เป็นต้นแบบที่ดีของเพื่อนครูในสถานศึกษาเดียวกันและต่างสถานศึกษา มีผลงานการพัฒนาการเรียนรู้จนเป็นที่ประจักษ์
๒. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรมการใช้สื่อนำเรื่องก่อนการอ่านวรรณกรรม โดยให้เหมาะสมกับผู้เรียนรายบุคคล ใช้สื่อวีดิทัศน์ โทรทัศน์สู่ห้องเรียน เป็นวิทยากรแกนนำผลิตสื่อการสอนต่างๆ มุ่งสอนศิษย์ให้ฝึกคิด ฝึกปฏิบัติการกลุ่ม ขยันใฝ่หาความรู้ รักการอ่าน รักการเขียน มีความรู้ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การออกแบบสื่อเพื่อนำเสนอ การจัดทำโฮมเพ็จ เว็บไซด์ ทั้งนี้ได้อบรมสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วยเสมอมา
๓. เป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ชุมชน สังคม วงวิชาการและวงวิชาชีพ
ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครู-อาจารย์ที่มีผลงานดีเด่น พัฒนาเครือข่ายด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในลักษณะกัลยาณมิตรนิเทศ ผลงานดีเด่นในระดับเขตการศึกษา เป็นครูแม่แบบการสอนอ่าน ผลิตวีดิทัศน์ดีเด่น มีผลงานวิจัยและทดลองกับนักเรียนที่มีรูปแบบการคิดต่างกัน
๔. เป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นสามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้
ได้มีโอกาสเป็นวิทยากรแนะนำแนวคิดในการใช้สื่อรูปแบบใหม่ๆ พํฒนาการอ่าน เป็นผู้นำในด้านไอซีทีโรงเรียนในฝันใช้รูปแบบการสอนประยุกต์โดยใช้หลักไตรสิกขาเป็นฐานเป็นครูภาษาไทยประกายเพชรที่เป็นต้นแบบของครูผู้มีแนวความคิดแปลกใหม่

ความสำคัญและประโยชน์ของผลงานดีเด่น ที่สามารถเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป
  ๑.ความสำคัญของผลงานดีเด่น
            ผลงานดีเด่น คุณค่า จุดเน้น ความสม่ำเสมอ การนำไปใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มุ่งส่งผลต่อผู้เรียนเป็นสำคัญ ครู บุคลากร สถานศึกษา ชุมชน สังคม การเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติ ความต่อเนื่องในการคงสภาพ การนำไปใช้ การยกระดับคุณภาพ และปริมาณ รวมทั้งสะท้อนถึงการพัฒนาการจัดการศึกษา/การจัดการเรียนรู้ นำเสนอเป็นความเรียง และสามารถนำเสนอเป็นข้อๆ/ประเด็นๆได้
           ๑. ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานฯ ผลงานด้านการอ่านทำนองเสนาะ อ่านสารคดีโทรทัศน์ การเขียนบท บันทึกเสียงตัดต่อรายการวีดิทัศน์ สื่อที่นำเสนอเป็นเรื่องสั้น สารคดี วรรณคดีสามารถใช้ประกอบการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี พัฒนาไปสู่การใช้สื่อประสมออนไลน์ต่างๆ ในห้องเรียนอิเล็กทรอนิคส์ ส่งเสริมการอ่านในรูปแบบใหม่ๆที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จากการอ่านและชอบเขียนบทความสารคดีได้นำความรู้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสื่อจำนวนมาก เช่น หนังสือส่งเสริมการอ่าน วิถีชีวิตชาวกรุงเก่ากับเรือไทย ผลิตสื่อและนำเสนอในเว็บไซด์ www.youtube.com/kruthai บ้านครูไทย www.kruthai40.com ผลิตเป็นสื่อบทอ่านวรรณกรรมออนไลน์ ใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกอบการเรียนการสอนตลอดมาเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ชุมชน สังคม วงวิชาการและวงวิชาชีพ ได้มีโอกาสบันทึกวีดิทัศน์แนะนำสาธิตการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ๆที่ได้วิจัยและพัฒนา เผยแพร่ในสื่อยูทูป โดยมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นสามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้ สามารถจัดการเรียนการสอนผ่านสื่อเว็บไซด์ สื่อออนไลน์ สามารถเรียนรู้ได้โดยใช้โทรศัพท์มือถือที่เข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ได้รับรางวัลจาก สมาคมนิสิตเก่าคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “เกียรติภูมิ ครุฯจุฬาฯ”ผู้มีผลงานดีเด่น

๒. ประโยชน์ของผลงานดีเด่น
        ชี้แจงประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาผลงานดีเด่นนี้ ผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว ต่อผู้เรียน สถานศึกษา ครูและบุคลากร ชุมชน สังคม วงวิชาการและวงวิชาชีพ นำเสนอเป็นความเรียง และสามารถนำเสนอเป็นข้อๆ/ประเด็นๆได้

การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ข้าพเจ้าเริ่มรับราชการจนกระทั่งระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๕๙ ดังนี้

๒๕๒๔      บรรจุเข้ารับราชการที่โรงเรียนกุดตุ้มวิทยา  อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

( ครูรุ่นแรกบุกเบิกก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำตำบล  ๒๕๒๔)

๒๕๒๕      อาจารย์ ๑ ระดับ ๓  โรงเรียนกุดต้มวิทยา  ตำบลกุดตุ้ม  อำเภอเมือง   จังหวัดชัยภูมิ

๒๕๒๗ -  ๒๕๒๘ ศึกษาต่อ (ทุนประเภท ข)  ระดับปริญญาโท  ภาควิชาโสตทัศนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๒๕๒๙     อาจารย์ ๑  ระดับ ๔   โรงเรียนกุดตุ้มวิทยา

๒๕๓๒     อาจารย์ ๑   ระดับ ๕   ช่วยปฏิบัติราชการโรงเรียนบางซ้ายวิทยา  อำเภอบางซ้าย  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๒๕๓๓     อาจารย์ ๒   ระดับ ๕   ช่วยปฏิบัติราชการ โรงเรียนบางซ้ายวิทยา

๒๕๓๖     อาจารย์ ๒   ระดับ  ๖   ช่วยปฏิบัติราชการ โรงเรียนบางซ้ายวิทยา

๒๕๓๙     อาจารย์  ๒   ระดับ ๗  โรงเรียนบางซ้ายวิทยา

๒๕๔๗     ครู  อันดับ  ค.ศ. ๒       โรงเรียนบางซ้ายวิทยา

๒๕๔๙     ครู  วิทยฐานะ    ครูชำนาญการ

๒๕๕๒     ครู   วิทยฐานะ   ครูชำนาญการพิเศษ  ( ค.ศ. ๓ )

ประสบการณ์/ การปฏิบัติงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา

๒๕๒๔ - ๒๕๓๑  ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิชาการและแผนงาน โรงเรียนกุดตุ้มวิทยา ขับเคลื่อน โรงเรียนให้มีคุณภาพตามโครงการโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท( มพช. ๒ รุ่น ๓ )  เป็นที่ยอมรับของชุมชน และจังหวัดชัยภูมิ

๒๕๓๒ -  ๒๕๓๔   จังหวัดชัยภูมิแต่งตั้งร่วมเป็นคณะสำรวจต้นกำเนิดแม่น้ำชี   ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นผู้เขียนบทสารคดี  ถ่ายทำ ตัดต่อลำดับภาพ และบรรยายสารคดี “ต้นกำเนิดแม่น้ำชี” ทูลเกล้าฯ ถวาย ภาพถ่ายจากการสำรวจ และต้นฉบับสารคดีโทรทัศน์  แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี  และเผยแพร่แก่เยาวชนในภาคอีสาน       

ปัจจุบันได้เผยแพร่ใน สื่อสังคมออนไลน์ ๙ ตอน  www.youtube.com/kruthai ;;; (คำสืบค้น : ต้นกำเนิดแม่น้ำชี)

๒๕๓๒ -  ปัจจุบันหัวหน้าศูนย์วิทยบริการ(นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา รับผิดชอบกำกับ ดูแลวางแผนพัฒนา  ICT เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการและการเรียนรู้ในสถานศึกษา

๒๕๓๘     หัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย  โรงเรียนบางซ้ายวิทยา 

๒๕๔๑     หัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษา  พัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนยุคปฏิรูปการศึกษา

๒๕๔๓ -  ๒๕๔๘    บรรณาธิการวารสารทิวสน ( สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ รายงานสาธารณชน ของโรงเรียน)

๒๕๔๘    เป็นคณะทำงานพัฒนาหนังสือ  รวบรวมสืบค้น สัมภาษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น  เขียนบทความ สารคดี  ถ่ายภาพ  ประชุมคณะทำงาน จัดพิมพ์หนังสืออ่านเพิ่มเติม ของ กระทรวงศึกษาธิการ   “พระนครศรีอยุธยา มรดกโลกล้ำค่า ภูมิปัญญาเลื่องลือ”  เรื่อง  วิถีชีวิตชาวกรุงเก่ากับเรือไทย 

๒๕๔๖ - ปัจจุบัน    หัวหน้าฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะกรรมการบริหารโรงเรียน  ผู้แทนครูในคณะกรรมการ  สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบางซ้ายวิทยา พัฒนาโรงเรียนเป็น “โรงเรียนรางวัลพระราชทาน”  “โรงเรียนต้นแบบวิถีพุทธ”  “โรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน”   โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเหริญทองฯลฯ        

ผลงานทางวิชาการ/วิทยากร(เฉพาะที่สำคัญ )     

วิทยากรหลักอบรมครูโสตทัศนศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและในเขตจังหวัด ภาคกลางอ่างทอง นครนายก เรื่อง การผลิตสื่อวีดิทัศน์เพื่อการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
 ( ๒๕๓๘ )

เผยแพร่ความรู้จากครูต้นแบบ ครูดีเด่นฯ เรื่อง การจัดการเรียนการสอนภาษาไทย มัธยมศึกษา เช่น รูปแบบการเขียนอักษรไทยในปัจจุบัน พัฒนาการเขียนอักษรไทยที่ถูกต้อง การพัฒนาการคัดลายมือ    การใช้สื่อนำเรื่อง สอนวรรณคดีไทย    ผลิตสื่อวีดิทัศน์นำเสนอเป็นสื่อออนไลน์  การจัดกระบวนการเรียนรูปแบบไตรสิกขา  และพัฒนาเว็บไซด์สอนภาษาไทยออนไลน์  www.kruthai40.com  , www.youtube.com/kruthai

เป็นวิทยากรศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย โรงเรียนในฝัน(ต้นแบบ) เผยแพร่ความรู้ ด้าน ICT  : E-book : Flip Album : CAI ด้วย Captivate , การใช้โปรแกรม Flash สร้างสื่อCAI  E-learning การพัฒนาสื่อใน Moodle : LMS  ปัจจุบัน พัฒนาเว็บไซด์สอนนักเรียนโดยใช้สื่อ นวัตกรรม ทุกรูปแบบในห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Classroom)  www.kruthai40.ning.com

เขียนบทความเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ ในวารสารทิวสน

เอกสารประกอบการแสดงหุ่นกระบอก เรื่อง หุ่นกระบอกไทยในยุคโลกาภิวัตน์

เอกสารทางวิชาการ “การผลิตและการใช้สื่อวีดิทัศน์”   “การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา”   “การผลิตและการใช้สื่อออนไลน์เพื่อการศึกษา”

ผลงานการวิจัย   

๒๕๓๙      งานผลการวิจัยเชิงทดลอง ผลการใช้สื่อวีดิทัศน์นำเรื่องในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ  วรรณคดี เรื่องสามก๊ก ตอน จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

๒๕๔๕      รายงานการพัฒนารูปแบบการสอนการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้สื่อนำเรื่องในกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

๒๕๕๐       รายงานการวิจัยและพัฒนา   การพัฒนารูปแบบการสอนการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้สื่อออนไลน์ ในกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ วิชา ภาษาไทย(เพิ่มเติม)  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

เกียรติประวัติ/โล่เกียรติยศ/เข็มเชิดชูเกียรติ 

เป็นผู้คิดสร้างสรรค์  คำขวัญประจำอำเภอบางซ้าย  เป็นที่ยอมรับและใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ ว่า “ บางซ้ายถิ่นทุ่งทอง   เรืองรองพันธุ์ไม้ผล  ชีวิตริมสายชล  มากล้นแหล่งพันธุ์ปลา”

๒๕๓๗       ได้รับการคัดเลือกเป็นครูโสตทัศนศึกษาดีเด่น   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ครูโสตทัศนศึกษาดีเด่น  เขตการศึกษา ๖  กรมสามัญศึกษา

๒๕๔๐   ได้รับโล่การประกาศเกียรติคุณ“ครูภาษาไทยดีเด่น” ระดับ มัธยมศึกษา  ประจำปี ๒๕๔๐ จากคุรุสภา   กระทรวงศึกษาธิการ

๒๕๔๑     ได้รับรางวัล สื่อวีดิทัศน์ เรื่อง สามก๊ก  ตอน จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า   ประกอบการเรียนการสอนดีเด่น   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และ เขตการศึกษา ๖ กรมสามัญศึกษา

๒๕๔๑     ได้รับการคัดเลือกเป็นครูแม่แบบการสอนภาษาไทย สาขา การสอนอ่าน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเขตการศึกษา ๖ กรมสามัญศึกษา

๒๕๔๒     ได้รับการคัดเลือกเป็นครูดีเด่น สหวิทยาเขตพระนครศรีอยุธยา ๔

๒๕๔๒      ได้รับการเชิดชูเกียรติ "บุคคลดีเด่น" ประจำปี ๒๕๕๒ สาขาครูปฏิบัติการสอนดีเด่น จากหนังสือพิมพ์พัฒนาเศรษฐกิจ

๒๕๔๓      ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ "ผู้สร้างสรรค์คุณประโยชน์ด้านการศึกษา ประจำปี ๒๕๔๓ สาขา อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมทางด้านภาษา"  จาก  หนังสือพิมพ์เส้นทางผู้นำ

๒๕๔๕      ได้รับรางวัล เกียรติบัตร เข็มเชิดชูเกียรติ  ครูเกียรติยศ ( Teacher Award ) บุคลากรต้นแบบการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ( ครูต้นแบบ วิชา ภาษาไทย)  จากกระทรวงศึกษาธิการ

๒๕๔๘     ได้รับการประกาศเกียรติคุณ เข็มเชิดชูเกียรติ จาก มูลนิธิเพชรภาษาเป็น “ครูภาษาไทยประกายเพชร”  ได้รับการเสนอให้เป็นผู้บรรยายนำเสนอผลงานวิจัยและ เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม  กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบไตรสิกขา แก่ครูภาษาไทยที่ร่วม สัมมนาจากทั่วประเทศ

๒๕๔๙     ได้รับรางวัล “ครูรักการอ่านยอดเยี่ยม” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙ จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน    เผยแพร่ความรู้ทางอินเทอร์เน็ต     ใน “โครงการเครือข่ายเยาวชนสร้างเสริมคุณธรรมนำปัญญาจากการอ่าน”   

๒๕๕๒    ได้รับการคัดเลือกเพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๒จากคุรุสภา  มีผลการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพได้เด่นชัดที่สุด เป็นที่ยอมรับของนักเรียน ผู้ร่วมงาน ผู้ปกครองและชุมชน และเป็นผลของการอุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่  วิชาชีพครูอย่างสูง  เป็นครูภาษาไทยที่มีนวัตกรรม มุ่งมั่นทุ่มเทเป็นผู้นำและสั่งสอนศิษย์ให้ใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง ร่วมอนุรักษ์และดำรง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ใฝ่รู้รักการอ่าน เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น  สืบสาน สืบทอด  เอกลักษณ์ของชาติด้านภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู

๒๕๕๔      ครูดีเด่น อำเภอบางซ้าย  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๒๕๕๔      ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติสดุดี

"หนึ่งแสนครูดี"  ตามรอย.... พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน"

๒๕๕๕      รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น  "เกียรติภูมิครุ จุฬาฯ"

จากสมาคมครุศาสตรสัมพันธ์  คณะครุศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๒๕๕๗      ได้รับเกียรติบัตรยกย่องในการนำเสนอรูปแบบการสอนโดยใช้หลักไตรสิกขา
                                เป็นฐาน ใน “โครงการเผยแพร่นวัตกรรมการสอนของครูภาษาไทยประกายเพชร”
                                เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญ
                                พระชนมายุ ๘๔ พรรษา ตามรอยพระยุคลบาท “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”
                                ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๕๕๙     เกียรติบัตร ยกย่องเชิดชูเกียรติในความรู้ความสามารถในเชิง ภาษาไทย เป็น
                                ผู้ประพันธ์ คำขวัญวันครู “ยอดเยี่ยม” ของสถานศึกษา เนื่องในวันครูแห่งชาติ
                                (ครั้งที่ ๖๐) ประจำปี ๒๕๕๙

Views: 235

Comment by Surin yingneuk on December 27, 2020 at 3:51pm

สถานี ก.ค.ศ. การชี้แจงข้อร้องเรียนกรณีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 (1)


สถานี ก.ค.ศ.
การชี้แจงข้อร้องเรียนกรณีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 (1)

ตามที่มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ชี้แจงและทบทวนให้กับผู้ได้รับผลกระทบ นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ขอเรียนชี้แจงแต่ละประเด็นในเบื้องต้น ดังนี้

1. ผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ไม่เป็นธรรม เนื่องจากรางวัลที่ไม่ได้กำหนดไว้ใน ว 13/2556 ก.ค.ศ. อนุมัติไห้เทียบเคียงได้ แต่ครั้งนี้ ว 1/2559 ก.ค.ศ. ไม่พิจารณาผลงานเทียบเคียง

ขอเรียนว่าเมื่อครั้งที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ครั้งแรก (ว 5/2554) ในปี พ.ศ. 2554 นั้น ด้วยความที่เป็นหลักเกณฑ์ใหม่เพิ่งประกาศใช้ จึงทำให้ส่วนราชการนำเสนอรางวัลให้ ก.ค.ศ. พิจารณาจำนวนไม่มาก และ ก.ค.ศ. ได้พิจารณารับรองรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป จำนวน 145 รางวัล (ว 12/2554 ว 15/2554 ว 10/2555 และ ว 13/2556) ซึ่งเมื่อมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอผลงานเทียบเคียง ปรากฏว่ามีการเสนอผลงานที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ ที่ส่วนราชการไม่ได้เสนอให้ ก.ค.ศ. รับรองมาแต่ต้น ซึ่งหลายรางวัลมีองค์ประกอบเช่นเดียวกับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป ก.ค.ศ. จึงพิจารณาให้นำผลงานที่ได้รับรางวัลเหล่านั้นมาเสนอเป็นผลงานเทียบเคียงได้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 - 2559 ส่วนราชการมีข้อมูลและความพร้อมมากขึ้น เมื่อ ก.ค.ศ. เปิดให้มีการยื่นคำขอได้อีกครั้ง จึงได้เสนอรางวัลให้ ก.ค.ศ. รับรองเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปเป็นจำนวนมาก (539 รางวัล) แต่เนื่องจากบางหน่วยงานมีการให้รางวัลเพิ่มเติมและยังมิได้เสนอให้ ก.ค.ศ. พิจารณา หรือบางรางวัลที่เคยรับรองแล้ว ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการให้รางวัล ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณามีมาตรฐานจึงจำเป็นต้องมีการทบทวนรางวัลใหม่ โดยให้ส่วนราชการที่เสนอรางวัลได้มีส่วนร่วมในการพิจารณารับรองด้วยทุกครั้ง และ ก.ค.ศ. ได้พิจารณามีมติรับรองจำนวน 203 รางวัล (ว 1/2559) ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถนำรางวัลที่ ก.ค.ศ. ได้เคยพิจารณาแต่ต้นแล้วว่ามีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์รางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป (336 รางวัล) มาเสนอขอเทียบเคียงได้อีก

อย่างไรก็ดี ก.ค.ศ. ได้เปิดโอกาสให้นำผลงานมาเสนอเทียบเคียงเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป โดยให้วิเคราะห์ตามองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ได้แก่ (1) ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานจนเป็นที่ประจักษ์และมีหลักฐานชัดเจน (2) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (3) เป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ชุมชน สังคม วงวิชาการ และวงวิชาชีพ และ (4) เป็นแบบอย่างที่ให้ผู้อื่นสามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้ โดยต้องมีเอกสารหลักฐานมาประกอบการพิจารณาด้วย มิใช่นำรางวัลที่ ก.ค.ศ. ไม่รับรองมาเทียบเคียง ฉะนั้นการพิจารณาจึงมีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ไม่เกิดความลักลั่น และเป็นการยืนยันสร้างความเชื่อมั่นได้ว่ามีความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาในทุกระดับ

2. ใช้เวลาในการพิจารณานานเกินไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ทำให้หลายคนเสียสิทธิ์ เพราะจะเกษียณอายุราชการ

ขอเรียนว่าส่วนราชการได้เสนอรายชื่อและส่งคำขอของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. เมื่อเดือนกันยายน 2559 และการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีหลายขั้นตอน ต้องใช้ความละเอียด รอบคอบ ในการพิจารณาคุณสมบัติในแต่ละสายงานเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และแม้ว่าสำนักงาน ก.ค.ศ. มีข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากรที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จำนวน 22 คน ซึ่งเป็นอัตรากำลังที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนคำขอทั้งสิ้น 5,337 ราย แต่ก็ได้ให้ความสำคัญในการวางแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังมาโดยตลอด ด้วยการจัดลำดับความสำคัญในการวิเคราะห์คำขอของผู้ที่เกษียณอายุราชการในแต่ละปีตามลำดับก่อน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ได้จัดประชุมอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจฯ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 3 คณะฯ เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเสนอไปแล้ว จำนวน 1,888 ราย เป็นผู้มีคุณสมบัติ 364 ราย และเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ 1,524 ราย และเจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์แล้ว รอเสนอที่ประชุมอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจฯ จำนวน 1,790 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิ.ย. 61) พร้อมทั้งได้แจ้งผลการพิจารณาคุณสมบัติให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีผู้ไม่มีคุณสมบัติ ในระยะแรกเป็นการแจ้งรายชื่อให้ส่วนราชการทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อน และสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้แจ้งเหตุผลตามที่ ก.ค.ศ. มีมติว่าไม่มีคุณสมบัติให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบเพื่อแจ้งผู้ขอต่อไป ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการเสียสิทธินั้น ผู้ที่ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว 13/2556 ก็สามารถยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว 17/2552 ได้ในคราวเดียวกัน จึงไม่ได้ทำให้เสียสิทธิแต่ประการใด

สำหรับประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการพิจารณาคุณสมบัติและการทบทวนมติ ก.ค.ศ. นั้น จะได้นำเสนอในสัปดาห์หน้าต่อไปครับ

พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์
เลขาธิการ ก.ค.ศ.



เผยแพร่ทางคอลัมน์ “สถานี ก.ค.ศ.”
หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2561

ที่มาสำนักงาน ก.ค.ศ. วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน 2561

Comment by Surin yingneuk on December 27, 2020 at 3:53pm

สถานี ก.ค.ศ.
การชี้แจงข้อร้องเรียนกรณีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 (ต่อ)

ตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ชี้แจงข้อร้องเรียนกรณีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 ผ่านคอลัมน์นี้ไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 รวม 2 ประเด็นแล้ว นั้น ในสัปดาห์นี้จะขอชี้แจงและแจ้งมติ ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม ดังนี้

กรณี ก.ค.ศ. แจ้งผลการพิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ โดยที่ไม่มีการแจ้งเหตุผล บางคนรางวัลตรงตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด 3 รางวัลตามเกณฑ์ ก็ได้รับการแจ้งว่าไม่มีคุณสมบัติ นั้น ขอเรียนว่า

1. หลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556 ได้กำหนดให้ส่วนราชการต้นสังกัดเสนอรายชื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการประเมิน ได้มีการแจ้งไว้แล้วตามหนังสือ ว 1/2559 ว่าการที่ส่วนราชการต้นสังกัดคัดเลือกมาถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นเท่านั้น โดย ก.ค.ศ. จะพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ส่วนราชการต้นสังกัดเสนอมาอีกครั้งหนึ่ง

2. กรณีการพิจารณาผลงานดีเด่นฯ ของผู้ขอรับการประเมินที่เสนอมา 3 รางวัล แม้จะมีชื่อรางวัลตรงตามที่ ก.ค.ศ. รับรอง ก็ยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนดในกรณีต่าง ๆ ตาม ว 1/2559 เช่น

2.1 ผลงานดีเด่นฯ ที่เสนอขอต้องตรงกับสาขาวิชาที่ขอรับการประเมิน ไม่น้อยกว่า จำนวน 2 รางวัลสำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดทำขึ้นเอง ร้อยละ 100 จำนวน 1 รางวัล และไม่น้อยกว่า 3 รางวัล สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดทำขึ้นเอง ร้อยละ 100 จำนวน 2 รางวัล

2.2 ต้องเป็นผลงานดีเด่นฯ ที่อยู่ในช่วงระยะเวลาที่ ก.ค.ศ. กำหนด (1 พฤษภาคม 2556 – 30 เมษายน 2559) หากเกินระยะเวลาดังกล่าว ต้องชี้แจงข้อมูลและแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนว่าหลังจากนั้นได้มีการพัฒนาและนำผลงานดีเด่นฯ ไปใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องอย่างไร

2.3 รางวัลที่รับรองให้กับผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษานั้นจนได้รับรางวัล คิดเป็นร้อยละ 100 หรือหากรางวัลนี้ผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่นำมาเสนอขอ รองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษานั้นจนได้รับรางวัล สามารถนำมาเสนอขอได้ คิดเป็นร้อยละ 100 หากมีรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวหลายคน ให้นำมาเสนอขอได้เพียงคนเดียว และผู้นั้นต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 แต่ไม่ถึงร้อยละ 100
กรณีที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่นำรางวัลนี้มาเสนอขอ ให้ครูที่มีส่วนร่วมในการจัดทำสามารถนำมาเสนอขอได้ โดยต้องร่วมจัดทำไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 แต่ไม่ถึงร้อยละ 100 ทั้งนี้ต้องตรงกับสาขา/สาขาวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ขอรับการประเมิน

3. เมื่อ ก.ค.ศ. พิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นประการใดแล้ว สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งมติดังกล่าวให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบเป็นการเบื้องต้น สำหรับผู้ขอรายใดที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด จะแจ้งเหตุผลให้ส่วนราชการต้นสังกัดทราบ เพื่อแจ้งผู้ขอทราบต่อไป

สำหรับประเด็นที่เสนอขอให้มีการทบทวนมติของ ก.ค.ศ. ที่ได้แจ้งแล้ว และที่ยังไม่แจ้ง ควรต้องรีบดำเนินการ นั้น ขอเรียนว่า ในการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ได้มีมติยืนยันไม่ทบทวนหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะดังกล่าว แต่หากผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติหรือการประเมินรายใดได้รับทราบเหตุผลแล้ว เห็นว่าการพิจารณานั้นอาจคลาดเคลื่อน ก็มีสิทธิที่จะเสนอขอให้มีการทบทวนผลการพิจารณาเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณา โดยเสนอผ่านส่วนราชการต้นสังกัดถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ จำนวน 1,524 ราย คาดว่าเป็นผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2561 ประมาณ 40 ราย ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. จะเร่งพิจารณากลุ่มนี้ก่อนและมีแผนเร่งรัดการดำเนินการวิเคราะห์คุณสมบัติให้เสร็จโดยเร็วสำหรับผู้ที่มีรายชื่อประกาศทางเว็บไซต์ของสำนักงานก.ค.ศ. (www.otepc.go.th) แล้ว สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดเจ้าหน้าที่ของภารกิจต่าง ๆ ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อให้เพียงพอสำหรับการประเมิน ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ต่อไป

พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์
เลขาธิการ ก.ค.ศ.


เผยแพร่ทางคอลัมน์“สถานี ก.ค.ศ.” หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 25 มิถุนายน 2561

ที่มาเว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ. วันที่ 25 มิถุนายน 2561

Comment by Surin yingneuk on December 27, 2020 at 3:59pm

บอร์ด ก.ค.ศ.มีมติไม่แก้เกณฑ์ ว 13 ขอวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ-เชี่ยวชาญ แต่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่มีคุณสมบัติยื่นขอทบทวนเป็นรายบุคคล ยันไม่ให้ยกล็อต พร้อมพิจารณาคนใกล้เกษียณฯก่อน

วันนี้( 20 มิ.ย.61) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตัวแทนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ

กรณีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ เข้ารับการประเมินเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ.0206.3/ว13 เรื่อง การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ นำโดย นายสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง เข้ายื่นหนังสือ ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. และนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ก่อนการประชุม ก.ค.ศ.

ซึ่ง นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ก.ค.ศ.ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว และมีมติเห็นชอบให้ผู้ที่รู้สึกว่า เสียสิทธิ์ และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิจารณา ของสำนักงาน ก.ค.ศ. สามารถแจ้งขอให้ทบทวน ได้เป็นรายบุคคล โดยให้แจ้งผ่านต้นสังกัด คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อเสนอให้ สำนักงานก.ค.ศ. พิจารณา เป็นรายบุคคล จะไม่มีการพิจารณายกล๊อต

ทั้งนี้ มีผู้ที่ข้อเข้ารับการประเมินวิทยฐานะ ตามว13 ในกลุ่มดังกล่าว มีจำนวน 5,337 ราย พิจารณาไปแล้ว 1,888 ราย เป็นผู้มีคุณสมบัติ 364 ราย และเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติ 1,524 ราย ในจำนวนนี้ คาดว่า เป็นผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2561ประมาณ 40 รายเท่านั้น ซึ่งที่ประชุม จะเร่งพิจารณากลุ่มนี้ก่อน แต่เจ้าตัวต้องยื่นเสนอขอทบทวนผ่านสังกัดมาด้วยตัวเอง ส่วนที่ขอให้มีการทบทวนการ รับรองรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปตาม ว1 จำนวน 203 รางวัล นั้น ที่ประชุมมีมติจะยึดหลักเกณฑ์การประเมินรางวัลตามว1 เช่นเดิม และจะไม่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินระหว่างทาง เพราะวันที่เสนอและมีการรับรอง 203 รางวัล เป็นไปอย่างถูกต้องแล้ว

“สำนักงาน ก.ค.ศ. ยืดยันว่า ไม่ได้ลิดรอนสิทธิใคร เมื่อมีผู้ร้องเรียนมา เราก็เปิดโอกาสให้ทบทวน แต่ให้ทบทวนเป็นรายบุคคล ไม่ใช่การให้ยกล็อต ใครที่คิดว่า มีปัญหาก็ให้เสนอขอทบทวนเข้ามา ส่วนผู้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา กว่า 3,000 ราย นั้น ต้องรอผลการพิจารณาจากสำนักงาน ก.ค.ศ. ว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติหรือไม่ก่อน จะขอทบทวนอะไรในขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้” นายพินิจศักดิ์ กล่าว



ขอบคุณที่มา https://www.dailynews.co.th/education/650392

Comment by Surin yingneuk on December 27, 2020 at 4:02pm

วันนี้ (28 ก.พ.61.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมหารือกรณีกลุ่มข้าราชการครูและผู้บริหารทางการศึกษา ได้ยื่นร้องเรียนให้ ก.ค.ศ.ทบทวนกรณีที่ได้มีการยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ ศธ. 0206.3/ว13 เรื่องการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นว่า เรื่องนี้มีการเจรจากันมาแล้วหลายครั้ง และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ก็เห็นควรให้เดินตามกฎหมาย โดยให้ทำเรื่องอุทธรณ์ผ่านต้นสังกัดหรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล หากใครไม่พอใจก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้

รมว.ศึกษาธิการกล่าวต่อไปว่า ขอให้การดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ขอร้องว่าอย่างมาชุมนุมกันโดยเฉพาะมาชุมนุมเพื่อกดดันให้ ก.ค.ศ. และรัฐบาลจะต้องยอมถือว่า มีผลทางการเมืองอาจส่อผิดวินัยข้าราชการ และอาจผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะมาชุมนุมก่อนการเลือกตั้ง เรื่องนี้รองเลขาธิการ ก.ค.ศ.ได้มีการคุย และเรื่องควรจะจบได้แล้ว ถ้าไม่จบผมจะดำเนินการตามกฎหมาย อีกเรื่องกรณีมีกลุ่มแกนนำครู ออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่มีข้อเสนอให้เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นครูใหญ่ ความจริงส่วนตัวไม่อยากจะมีปัญหา เรื่องนี้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นผู้เสนอมาและตนเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ทุกคนมีสิทธิออกมาคัดค้านและแสดงความเห็นได้ ไม่เป็นไร เพราะการพิจารณาเรื่องนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน

 ต่อมา....

ข่าวที่ 200/2561
ก.ค.ศ.พิจารณาการขอทบทวนผลพิจารณาคุณสมบัติการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ ก.ค.ศ. ทบทวนผลการพิจารณาคุณสมบัติการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556

ก.ค.ศ.พิจารณาการขอทบทวนผลพิจารณาคุณสมบัติการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556

21 มิถุนายน 2561......

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ ก.ค.ศ. ทบทวนผลการพิจารณาคุณสมบัติการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่ส่วนราชการต่าง ๆ ได้เสนอรายชื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ จำนวน 5,337 ราย แบ่งเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 382 ราย และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 4,955 ราย แยกตามสังกัด ดังนี้
• สพฐ. จำนวน 4,995 ราย
• สอศ. จำนวน 240 ราย
• กศน. จำนวน 99 ราย
• สช. จำนวน 3 ราย
อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปแล้ว จำนวน 1,888 ราย ปรากฏว่ามีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน จำนวน 364 ราย (โดยเป็นประเภทรางวัล จำนวน 265 ราย และประเภทเทียบเคียง จำนวน 99 ราย) ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมิน จำนวน 1,524 ราย (โดยเป็นประเภทรางวัล 189 ราย และประเภทเทียบเคียง จำนวน 1,335 ราย)
ทั้งนี้ สพฐ.ได้เสนอให้ ก.ค.ศ. ทบทวนผลพิจารณาคุณสมบัติ การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556
ที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติหรือการประเมินรายใด หากเห็นว่าการพิจารณานั้นอาจคลาดเคลื่อน สามารถเสนอขอให้มีการทบทวนผลการพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาได้ และเสนอผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มายังสำนักงาน ก.ค.ศ. พิจารณาต่อไป

Comment by Surin yingneuk on December 27, 2020 at 4:16pm

เปิดโอกาสให้มีการขอทบทวนอีกครั้ง

ล่าสุด 22 ต.ค. 2563 เวลา 16:04 น.

ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556

Comment by Surin yingneuk on December 30, 2020 at 6:19am

นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึษาธิการ
ได้ลงนามในประกาศก.ค.ศ. ตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจพิจรณาคุณสมบัติของข้ราชกรครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563
ซึ่งคาดว่าหลังจากปีใหม่เป็นต้นไป 

สถานี ก.ค.ศ. : ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ฯ ว 13/2556 สวัสดีข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้อ่านทุกท่าน วันนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. มีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณาคำขอทบทวนคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาแจ้งให้ทุกท่านได้รับทราบ ตามที่ ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการพิจารณาดำเนินการคำขอทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556 ที่ข้ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ขอทบทวนมายังสำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวน 1,933 ราย ซึ่งสำนักงน ก.ค.ศ. ได้แจ้งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทราบทางสถานี ก.ค.ศ. ไปแล้วนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ขอแจ้งให้ทราบความคืบหน้าว่าขณะนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำประกาศตั้ง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจพิจรณาคุณสมบัติของข้ราชกรครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556 เพื่อทำหน้ที่พิจรณาทบทวนคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 1,933 ราย เสนอต่อรัฐมนตรีว่การกระทรวงศึกษาธิการลงนาม ซึ่งนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึษาธิการ ได้ลงนามในประกาศดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ซึ่งคาดว่าหลังจากปีใหม่เป็นต้นไป จะสามารถจัดประชุม อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคณะนี้เพื่อพิจารณาคำขอทบทวนได้ หากผลการพิจารณาหรือมีความคืบหน้าเป็นประการใด จะได้แจ้งให้ข้ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ขอทบทวนทราบ ต่อไป สำนักงาน ก.ค.ศ. 29 ธันวาคม 2563

Comment by Surin yingneuk on December 30, 2020 at 6:25am

ปี 2559 - 60 -  61 - 62 -  63 มาสู่ปี 2564
#การติดตามผล#การพิจารณาคุณสมบัติตามเกณฑ์ ที่ยาวนาน  

ติดตามการถามการตอบในสภา 

คุณธรรมที่เต็มเปี่ยมของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา นักการเมืองทุกท่าน
ต่างร่วมหาทางแก้ไข
ส่งเสริมให้ขวัญกำลังใจครู
ขอให้สำเร็จโดยไวค่ะ
ก่อนเดินหน้าท่านมองหลัง
ขอเป็นกำลังใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ศึกษาธิการได้สำเร็จ  วันนี้ที่รอคอยมายาวนาน
Win win ทุกฝ่าย...ฟัง รมต.ศธ. ตอบกระทู้ ปัญหาวิทยฐานะ ว13 ว17 ว21 และ ว3PA ...11 กพ. 64
ขอขอบคุณ https://fb.watch/

Comment by Surin yingneuk on February 20, 2021 at 11:06am
11 กุมภาพันธ์ 2564

ขอขอบคุณท่าน รศ.สุรวาท ทองบุ ที่เห็นความสำคัญในการให้ขวัญกำลังใจครูที่ส่ง ว 13 เชิงประจักษ์ ที่เป็นปัญหามานาน เกือบ 5 ปี ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาฯ และขอเป็นกำลังใจให้ท่าน รมต.ศธ.ของเราที่ได้ได้ตอบกระทู้ถาม ท่านมีความมุ่งมั่นในการที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงใจ และพัฒนาครูเพื่อความก้าวในวิชาชีพใน ว 3PA ขอเป็นกำลังใจให้ท่าน และขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ ว 13 น่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในช่วงเดือน เม.ย.64 ....
แล้ว ศธ.เราจะได้มาร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาตามนโยบายของท่าน รมต.อย่างเต็มที่ต่อไปครับ

Comment

You need to be a member of เครือข่ายครูไทย เชิงประจักษ์ ว.13 kruthai40 to add comments!

Join เครือข่ายครูไทย เชิงประจักษ์ ว.13 kruthai40

   9/12/2012
Flag Counter

Latest Activity

Surin yingneuk commented on Surin yingneuk's blog post ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)
Feb 20
Surin yingneuk commented on Surin yingneuk's blog post การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์
"ขอบคุณมากคุณกำนันอธิบายได้ดีมากไม่กั๊กเลย......เห็นแล้วอยากลองปลูกไว้กินเองไม่หวงวิชาเลยขอไห้เจริญรุ่งเรือง"
Feb 4
Surin yingneuk posted notes
Jan 26
Arvind Kumar Sahani is now a member of เครือข่ายครูไทย เชิงประจักษ์ ว.13 kruthai40
Jan 20
Surin yingneuk's 3 notes were featured
Jan 7
Surin yingneuk posted a note
Jan 7
Surin yingneuk posted a note

ชี้โควิดกระตุ้นครูคิดค้นนวัตกรรมศึกษา เกิดโมเดลใหม่หลากหลาย https://www.kroobannok.com/88673

ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาสถาบัน วิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์การศึกษาที่ได้ผลกระทบของจากโรคโควิด-19 พบว่า โรคโควิด-19…
Jan 5
Surin yingneuk commented on Surin yingneuk's blog post ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)
"ปี 2559 - 60 -  61 - 62 -  63 มาสู่ปี 2564การติดตามผลการพิจารณาคุณสมบัติตามเกณฑ์ ที่ยาวนาน"
Dec 30, 2020
Surin yingneuk commented on Surin yingneuk's blog post ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)
"สถานี ก.ค.ศ. : ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ฯ ว 13/2556 สวัสดีข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้อ่านทุกท่าน วันนี้สำนักงาน ก.ค.ศ.…"
Dec 30, 2020
Surin yingneuk left a comment for โรงเรียนรอบร้ั้วครอบครัวล้อมรัก
"โรงเรียนรอบร้ั้วครอบครัวล้อมรักBangsaiyModel"
Dec 29, 2020
Surin yingneuk updated their profile
Dec 28, 2020
Surin yingneuk liked Surin yingneuk's blog post รางวัลคุรุสดุดี คุรุสภา รางวัลระดับชาติ ก.ค.ศ
Dec 28, 2020
Surin yingneuk liked Surin yingneuk's blog post ครูภาษาไทยดีเด่น คุรุสภา รางวัลระดับชาติ ก.ค.ศ.
Dec 28, 2020
Surin yingneuk liked Surin yingneuk's blog post ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)
Dec 28, 2020
Surin yingneuk commented on Surin yingneuk's blog post ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)
"ความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนมติ ก.ค.ศ. กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติเข้ารับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 13/2556"
Dec 27, 2020
Surin yingneuk commented on Surin yingneuk's blog post ครูต้นแบบ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ครูเกียรติยศ(Teacher Award)
"ก.ค.ศ.พิจารณาการขอทบทวนผลพิจารณาคุณสมบัติการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ว 13/2556 by webmaster 21 มิถุนายน 2561 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ…"
Dec 27, 2020

Events

Photos

  • Add Photos
  • View All

© 2021   Created by Surin yingneuk.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service